ความสัมพันธ์ที่เอื้ออาทร

ความสัมพันธ์ที่เอื้ออาทร

เครือข่ายสุขใจ โดยสมาคมการให้คำปรึกษาแนวทางคริสเตียนในประเทศไทย  ร่วมกับ มูลนิธิจิตรักษ์

ขอเชิญท่านเข้าร่วมการอบรมในวันจันทร์ที่ 28 มีนาคม 2565 เวลา 9.00-12.00น. ช่องทางออนไลน์ผ่าน Zoom
หัวข้อ ความสัมพันธ์ที่เอื้ออาทร: จิตใจ ร่างกาย และหัวใจที่เข้มแข็ง
วิทยากร คุณ Samara Sanchez, LMHC (ผู้ให้คำปรึกษาจากมูลนิธิจิตรักษ์)

ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ:

  1. ความเข้าใจทางพระคัมภีร์ในเรื่องความเมตตาสงสารและความสำคัญของการสร้างความเมตตาสงสารแก่ตนเองและผู้อื่น
  2. ผลดีต่อร่างกายเมื่อเรามีความเมตตาสงสาร/ประโยชน์ของการตระหนักรู้ทางกายที่ช่วยให้เรามีความคิดและอารมณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาสงสาร
  3. ความเชื่อมโยงระหว่างการเหนื่อยล้าจากการช่วยเหลือ การมีขอบเขต และ ความยืดหยุ่นทางจิตใจ

กรุณาลงทะเบียนภายในวันที่ 20 มีนาคม 2565 ได้ที่นี่: https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdR7V5nNaiXRF8h-gH1EjYeW6Djh0npyyL8HD-Zmbs63f9IrQ/viewform

หรือ QR code ในโปสเตอร์
***วิทยากรจะพูดเป็นภาษาอังกฤษและมีการแปลเป็นภาษาไทย (Thai translation is provided)
*** ไม่มีค่าใช้จ่าย
หากมีคำถาม กรุณาติดต่อคุณหยุย ที่ yui@ccfthailand.org หรือเบอร์โทร 064-978-9603

เรียนเชิญเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2

เรียนเชิญเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2

ขอเรียนเชิญสมาชิกสมาคมการให้คำปรึกษาแนวทางคริสเตียนในประเทศไทยเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เวลา 9:00-12:00 น. ผ่านทาง Zoom Conference

ครั้งนี้มีการบรรยายพิเศษ โดย Dr. Edmund Ng
President of Asia Christian Counseling Association (ACCA)
Founder and Advisor of National Association of Christian Counsellors Malaysia (NACC)

หัวข้อบรรยายพิเศษ: การให้คำปรึกษาแนวทางคริสเตียนเป็นอย่างไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ทำพันธกิจคริสเตียน มิชชันนารี และผู้นำในคริสตจักร (“What is Christian Counseling and Its Relevance to Lay Christians, Missionaries and Church leaders?”)
หมายเหตุ: มีการแปลจากภาษาอังกฤษ-ภาษาไทยในช่วงการบรรยาย และ ภาษาไทย-ภาษาอังกฤษในช่วงการประชุมผ่านทาง Line App

ตารางการประชุม
8:45-9:00    เปิดห้องประชุม Zoom
9:00-9:10    กล่าวเปิดต้อนรับและเปิดการประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 โดย ดร. ชัยยัณ อุโฆษกุล (ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคม)
9:10-9:20    นำพระคำและนำอธิษฐานเปิด โดย ศาสนาจารย์ ดร.เอสเธอร์ (ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคม) 9:20-10:00    การบรรยายพิเศษ โดย Dr. Edmund Ng, President of Asia Christian Counseling Association (ACCA)
10:00-10:10    ช่วงตอบคำถามหลังการบรรยายพิเศษ
10:10-10:20    พัก 10 นาที
10:20-11:20    รายงานกิจกรรมประจำปีที่ผ่านมาของสมาคม
11:20- 11:30    นโยบายและกระบวนการเลือกตั้ง
11:30- 11:55    การอภิปรายและนำเสนอข้อคิดเห็นของสมาชิกสมาคม
11:55-12:00    นำอธิษฐานปิดโดย นพ. เดวิด นิคเคิลส์ (ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคม)

เชิญสมาชิกลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ที่นี่ https://forms.gle/PKSNmwaFYz4T3hxQ8 หรือ สแกน QR code ที่โปสเตอร์ที่แนบมากับอีเมลนี้
กรุณาลงทะเบียนภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2564

หากท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิกและมีความประสงค์ที่อยากจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมประเภทสามัญ หรือ ประเภทวิสามัญ ท่านสามารถสมัครและเลือกประเภทสมาชิกได้ที่ลิงค์นี้ https://forms.gle/Cy9Bfibdqa1PDgHh9

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรท่าน
ปวีณา วุฒิธา
นายกสมาคม
สมาคมการให้คำปรึกษาแนวทางคริสเตียนในประเทศไทย

ACCA conference ออนไลน์

ACCA conference ออนไลน์ “การบูรณาการการให้คำปรึกษาแนวทางคริสเตียนในเอเชียและพันธกิจ”

ลงทะเบียนในราคาพิเศษ

ACCA conference ทางออนไลน์ ในหัวข้อ“ การบูรณาการการให้คำปรึกษาแนวทางคริสเตียนในเอเชียและพันธกิจ” (Integrating Christian Counseling in Missions)

ลงทะเบียนในราคา 30 เหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

การแปล: ทางสมาคม CCAT จะอำนวยความสะดวกในการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยในช่วง keynote speakers 5 ท่านนะคะ เพื่อผู้ที่สนใจแต่ภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคจะได้เข้าร่วมได้ค่ะ
ในส่วนของ workshops

**จะไม่มีการแปลนะคะ เนื่องจากมีทั้งหมด 18 เวิร์คช็อปค่ะ หนุนน้ำใจให้ท่านชวนเพื่อนที่อาจจะช่วยท่านแปลได้สำหรับเวิร์คช็อปที่ท่านสนใจนะคะจะได้เรียนรู้ร่วมกันสนุกขึ้นค่ะ มีเวิร์คช็อปทั้งหมด 18 เวิร์คช็อปค่ะ

เชิญชวนลงทะเบียนได้ที่นี่ https://asiancca-conference2021.asia/

ใช้ชีวิตอยู่บนความรู้สึกไม่ดีพอ…อยู่ไหมหนอเรา?

เรื่องโดย อังครินทร์ ปิมแปง MA,LPC – เรียบเรียง และภาพประกอบโดย ณิชา หลีหเจริญกุล

ใช้ชีวิตอยู่บนความรู้สึกไม่ดีพอ…อยู่ไหมหนอเรา?

เนื้อหาหลักของบทความ

  1. ความรู้สึกอับอายอาจ เป็นสิ่งขับเคลื่อนให้ทำตามกฎเกณฑ์มากมายเพื่อจะได้เป็นคริสเตียนที่ดี
  2. ความอับอาย (shame) คือ ความรู้สึกที่เจ็บปวด หรือประสบการณ์ที่เราทำ หรือพลาดโอกาสได้ทำ แล้วส่งผลให้เราเชื่อว่า เราเป็นคนไร้ค่า และไม่สมควรได้รับการยอมรับ หรือเป็นที่รัก
  3. ชวนทุกคนมาฝึกการตระหนักรู้จักตนเองในเรื่องความอับอายที่ซ่อนอยู่ในจิตใจกัน

เมื่อก่อนตอนที่ตัวฉันเองเริ่มเป็นคริสเตียนใหม่ๆ มักจะติดอยู่กับแนวคิดที่ว่า เราต้องทำตามกฏเกณฑ์มากมายเพื่อจะได้เป็นคริสเตียนที่ดี เพื่อพิสูจน์กับครอบครัวว่า ความเชื่อใหม่ของเรานั้นดีกว่าความเชื่อเดิมเป็นไหนๆ ขออย่าเพิ่งเข้าใจผิดไปว่า กฏเกณฑ์นั้นไม่ดี หรือการเป็นคริสเตียนไม่ต้องทำตามกฎ หรือหลักข้อปฏิบัติต่างๆ  แต่กฏเกณฑ์ที่กำลังพูดถึงในทีนี้ คือ การพยายามทำตามมาตรฐานต่างๆ โดยไม่มีความเข้าใจ มันเลยกลายเป็นความกดดันที่จะต้องทำตามมาตรฐานสูงๆ เพื่อให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นที่ยอมรับในสายตาคนอื่นนะ แต่ในสายตาของตัวเองนี่แหละ!!!

ทำไมหนอ การยอมรับ การเห็นใจ การเข้าใจความอ่อนแอ และการอ่อนโยนกับตัวเองมันช่างยากเย็นซะเหลือเกิน เราเลยสร้างกฎเกณฑ์ให้ตัวเองว่า จะต้องทำนั่น ทำนี่ให้ได้ เช่น พยายามตื่นมาเฝ้าเดี่ยวทุกเช้า อธิษฐานทุกวัน นมัสการ ไปเข้ากลุ่มเซลทุกอาทิตย์ และอื่นๆ อีกมากมาย หากทำตามรายการเหล่านี้ไม่ได้ ก็มักจะรู้สึกแย่กับตัวเองมากๆ แต่หากเราทำได้ก็จะรู้สึกดีกับตัวเอง แต่นั่นก็ยังไม่พอ เพราะถึงกระนั้นตัวเองก็ยังไม่วายแอบหวังลึกๆ อีกว่า ฉันต้องทำได้ดีกว่านี้สิ และพอทำไม่ได้ ก็กลับรู้สึกแย่กับตัวเองว่า ฉันเป็นคริสเตียนที่ไม่จริงจัง ชีวิตฉันไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ฉันมันช่างไร้ค่า พระเจ้าต้องไม่พอใจ ต้องไม่โปรดปรานฉันแน่ๆ!!!”

เจ้าความรู้สึกแบบนี้เนี่ย ที่คอยคิดว่าเมื่อฉันทำไม่ได้ แสดงว่า ฉันไม่ดีพอ ฉันเป็นคริสเตียนที่ไม่ดี ฉันไม่เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า มันอาจเป็นไปได้ว่านั่นคือความรู้สึกอับอาย (shame) ในตนเอง เพราะเจ้าความอับอายนี่แหละที่เป็นวัชพืชที่เป็นศัตรูตัวร้าย คอยทำลายความงอกงามของเมล็ดพันธุ์ที่กำลังจะโผล่พ้นดิน และคอยกระซิบบอกเราว่า “เธอต้องทำให้ดีกว่านี้ เธอมันไม่มีค่าพอ ดูคนนั้นสิ เค้าทำได้ดีกว่าเธอ เธอมันช่างไร้ค่าสิ้นดี และอีกสาระพัดคำพูดตำหนิที่สรรหามาต่อว่าเรา

ความอับอาย (Shame) คือ ความรู้สึกที่เจ็บปวด หรือประสบการณ์ที่เราทำ หรือพลาดโอกาสได้ทำ แล้วส่งผลให้เราเชื่อว่า เราเป็นคนไร้ค่าและไม่สมควรได้รับการยอมรับหรือเป็นที่รัก (Brown, P.69)

เจ้าความอับอายมันช่างมีอำนาจซ่อนอยู่ลึกเกินกว่าที่เราอาจจะมองเห็นมันได้ชัด เพราะถ้าไม่ใช้จิตใจไตร่ตรองให้ดี มันอาจทำให้เราเชื่อว่า มันเป็นแรงผลักดันที่ดีเพื่อให้เราพยายามทำมากขึ้น เราจะได้เป็นคนดีขึ้น เก่งขึ้น แต่เอาเข้าจริง เรายังยอมรับตัวเองไม่ได้ ยังรักตัวเองไม่เป็น ยังไม่อ่อนโยน ไม่ให้โอกาสตัวเอง

เจ้าความอับอายอีกเหมือนกันที่คอยอยู่เบื้องหลังความเป็น perfectionist ของเรา เมื่อครั้งยังเป็นคริสเตียนใหม่ เจ้าความเป็นคนสมบูรณ์แบบ ทุกอย่างต้องเป๊ะนี่แหละที่สร้างความเหนื่อยล้า ความท้อแท้ ความกลัว ความหยิ่งผยอง การตัดสิน การไม่มีใจเมตตาอ่อนโยนต่อตัวเอง

Self Check อยากชวนทุกคนมาฝึกการตระหนักรู้จักตนเองในเรื่องความอับอายที่ซ่อนอยู่ในจิตใจกัน แต่ๆๆๆ เราต้องสวมความอ่อนโยนต่อตัวเองก่อนที่เราจะเริ่มสำรวจความอับอาย ให้เราใช้เวลาสักครู่บอกกับตัวเองก่อนว่า เราจะใจดีกับตัวเองในกระบวนการสำรวจนี้

อย่างแรกให้เราทำความเข้าใจก่อนว่าเจ้าความอับอายนี้มันทำงานยังไง ความอับอายทำให้เราอยากหลบซ่อน ทั้งหลบซ่อนจากตัวตนของเรา หลบซ่อนจากผู้อื่น หรือแม้กระทั่งหลบซ่อนจากพระเจ้า

ในปฐมกาล พระเจ้าได้สร้างอดัมและเอวา และพวกเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า แต่เมื่ออดัมกับเอวาได้ทำบาปโดยการไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไปกินผลไม้จากต้นที่พระเจ้าห้ามกิน เขาก็เกิดความละอาย และเขาทั้งสองก็หลบซ่อนจากพระเจ้า ความอับอายได้เข้ามาบนโลกนี้ และเราก็เก็บเกี่ยวผลของมันนับตั้งแต่นั้น

เมื่อรู้แล้วว่า ความอับอายมีที่มาที่ไปยังไง ทีนี้ค่อยๆ เริ่มสำรวจเจ้าความอับอายที่มันซุกซ่อนตัวอยู่ในเรากันเลย!!!

1. สำรวจใจ

ลองสำรวจดูว่า มีคำกระซิบอะไรที่มันติดในใจเรา มีคำพูดไหนวนเวียนขึ้นมาในความคิดอยู่บ่อยๆ มันเป็นคำว่า “ฉันไม่ดีพอ ฉันไร้ค่า ไหมนะ

2. สำรวจพฤติกรรม

ลองสำรวจว่า เราพยายามหลีกเลี่ยงอะไรอยู่รึเปล่า เช่น เราพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยไหม เมื่อเรารู้สึกมีอะไรมาสะกิดต่อมความอับอายของเรา หรือว่าเราพยายามทำตัวให้ดูเด่น พยายามทำตามกฎเกณฑ์ต่างๆ อย่างไม่มีที่ติเพื่อให้ตัวเองรู้สึกมีค่าขึ้น หรือว่าเรากำลังตำหนิหรือกล่าวหาคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น หรือในขณะที่อ่านบทความนี้เรามีอาการหายใจถี่ มีความคิดต่อต้าน หรืออยากเลิกอ่านบทความนี้ไปเลย!

เตือนตัวเองอีกสักครั้งว่า อย่าลืมสวมใจเมตตาต่อตัวเองเมื่อเราอยู่ในกระบวนการนี้ ให้เรามองมันเหมือนมันคือข้อมูลที่เราค้นพบ แยกมันออกจากตัวตนของเรา บอกกับตัวเองว่า เรากำลังเรียนรู้และเติบโต

การจะเอาชนะเจ้าความอับอายนั้น คือ การทำตรงข้ามกับสิ่งที่มันอยากให้เราทำคือ

  1. การฝึกเป็นฝ่ายเริ่มสร้างสัมพันธ์กับคนที่ไว้ใจได้ แทนที่จะหลบซ่อน หรือหลีกเลี่ยง
  2. เปิดเผยเรื่องราวอันเปราะบางที่เราพยายามจะปกปิดกับคนที่เราไว้ใจ หรือบอกกับพระเจ้า แทนการเก็บซ่อนให้มันเป็นความลับ

เหมือนศักเคียสผู้ที่เป็นคนเก็บภาษี คดโกงถูกตราหน้าว่าเป็นคนบาป แต่สิ่งหนึ่งที่ศักเคียสทำที่เป็นแบบอย่างที่ดี คือ เขาตัดสินใจที่จะไม่หลบซ่อนจากความอับอายของเขา จากการถูกตีตรา แต่เขาเลือกที่จะมาหาพระเยซู เลือกที่จะปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อได้เห็นพระเยซู และพระองค์ก็ทรงเห็นศักเคียสและเรียกศักเคียส

ศักเคียสเอ๋ย จงรีบลงมา เพราะว่าเราจะต้องพักอยู่ในบ้านของท่านวันนี้  เมื่อศักเคียสได้ยินดังนั้น  เขาจึงตอบพระเยซูไปว่า ดูเถิด พระองค์เจ้าข้า  ทรัพย์สิ่งของของข้าพระองค์  ข้าพระองค์ยอมให้คนอานาถาครึ่งหนึ่งและถ้าข้าพระองค์ได้ฉ้อโกงของของผู้ใด  ข้าพระองค์ยอมคืนให้เขาสี่เท่า – ลูกา 19:1-10

เมื่อศักเคียสกล้าที่จะออกมาจากความอับอายเขาได้รับการยอมรับจากพระเยซู สิ่งนี้ได้เปลี่ยนให้เขากลับใจใหม่ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เขากลายเป็นคนเก็บภาษีที่สัตย์ซื่อ เพราะเขาไม่ต้องหลบซ่อนตัวตนของตัวเองอีกต่อไป

เมื่อเริ่มเข้าใจ และรู้จักต้นตอของความพยายามเป็นคนสมบูรณ์แบบของตัวเอง ตัวเราเองก็ผ่านกระบวนการความเจ็บปวดในการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ การเปิดเผยจุดที่เปราะบางและน่าอับอาย มันแปลกมากเลยที่สิ่งที่เคยเก็บซ่อนไว้ ไม่กล้าที่จะพูดถึง เพราะแม้แต่จะคิดก็ทำให้ใจเราหนักอึ้งแล้ว มันกลับกลายเป็นเรื่องที่เราเล่าได้ และเราก็ยอมรับมันว่ามันคือส่วนหนึ่งของเรื่องราวในชีวิตที่กำลังเติบโต แล้วเมื่อยอมรับ และเป็นมิตรกับความไม่สมบูรณ์แบบได้ เราก็ใช้ชีวิตคริสเตียนได้อย่างอ่อนโยนต่อตัวเองมากขึ้น กฎเกณฑ์ที่เคยเป็นเรื่องกดดันก็กลายเป็นสิ่งที่เราอยากทำตามด้วยความเต็มใจเพราะเรารู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังกฎนั้นเห็นและยอมรับเรา

Self check ตระหนักรู้จักตนเองขอเป็นกำลังใจให้เราทุกคนในการผ่านกระบวนการนี้ไปด้วยกันด้วยความอ่อนโยนและใจเมตตาต่อตนเอง

Reference:

Brown, Brene. Daring Greatly. 2012, pp. 57-83.
Thai Holy Bible version TH1971

หนังสือ “C.U.R.E เพื่อชีวิต”

หนังสือ “C.U.R.E เพื่อชีวิต”

หากท่านกำลังมองหาหนังสือเกี่ยวกับการเติบโตและแนวทางการเยียวยาจิตใจที่มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง ขออนุญาตแนะนำหนังสือเล่มนี้ค่ะ

หนังสือ “C.U.R.E เพื่อชีวิต” เขียนโดย นพ. จอห์น วอร์โลว์ ซึ่งเป็นจิตแพทย์ผู้ใหญ่ เด็กและครอบครัว หนังสือเล่มนี้ใช้ภาษาภาพและขั้นตอนที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับ ผู้นำกลุ่มย่อย อนุศาสก วิทยาลัยพระคริสต์ธรรม ศิษยาภิบาล ผู้ช่วยเหลือทั่วไป ผู้ทำงานในพันธกิจ และผู้รับใช้ในคริสตจักร รวมถึงครูและบุคลากรทางด้านสุขภาพ

ท่านสามารถสั่งซื้อได้ที่ลิงค์นี้นะคะ: https://forms.gle/mkqTHgPsXorB5sRz9

หากท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมในการสั่งซื้อหนังสือกรุณาติดต่อ
คุณศิริวรรณ แสนเมือง หรือ คุณมายด์
เบอร์โทร 095-603-6026 หรือ LINE ID: md98x
อีเมล siriwan.s02798@gmail.com

CCAT ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพจิตแบบองค์รวมในสังคมไทย