การประชุมอบรมออนไลน์ ACCA
การประชุมอบรมออนไลน์ ACCA
การประชุมอบรมออนไลน์ ACCA สามารถจัดเวลาได้เลยนะคะหากสนใจค่ะ รายละเอียดเพิ่มเติมในการลงทะเบียนกรุณาสอบถาม
การประชุมอบรมออนไลน์ ACCA สามารถจัดเวลาได้เลยนะคะหากสนใจค่ะ รายละเอียดเพิ่มเติมในการลงทะเบียนกรุณาสอบถาม
สถาบันแมคกิลวารีเพื่อการพัฒนาผู้นำ สมาคมการให้คำปรึกษาแนวทางคริสเตียนในประเทศไทย และสถาบัน Living Wholeness ประเทศออสเตรเลีย
ร่วมกันจัดอบรมหลักสูตร “การให้คำปรึกษาแบบองค์รวมขั้นพื้นฐาน 60 ชั่วโมง” เป็นหลักสูตร Intensive 2 สัปดาห์ วันที่ 17-28 พฤษภาคม 2564
ค่าลงทะเบียน 6,500 บาท รวมค่าหนังสือ 2 เล่ม (1) C.U.R.E. เพื่อชีวิต เขียนโดย นพ. จอห์น วอร์โลว และ (2)การเข้าใจโรคซึมเศร้าและวิธีเอาชนะมัน โดย นพ. เดวิด นิคเคิลส์
รับเพียง 24 ท่านเท่านั้น!!! และเป็นครั้งสุดท้ายของปีนี้ค่ะ สมัครพร้อมชำระค่าลงทะเบียนภายในวันที่ 23 เมษายน 2564
หลักสูตรนี้สอนอะไรบ้าง?
เหมาะสำหรับ…
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 099 – 272 – 0770 Email: mcd@payap.ac.th
CCAT ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครเพื่อเรียนรู้เรื่องการบูรณาการหลายศาสตร์พร้อมการฝึกปฏิบัติร่วมกันนะคะ
ลงทะเบียนออนไลน์ >> https://forms.gle/FYrLwJWuH6puzonD9
ลิงค์แบบสอบถาม **กรุณาตอบแบบสอบถามภายใน วันที่ 30 เมษายน 2021** https://forms.gle/bbCofaUmr3dzXcZR7
จัดโดยเครือข่ายสุขใจโดยสมาคมการให้คำปรึกษาแนวทางคริสเตียนในประเทศไทย ร่วมกับ วิทยาลัยพระคริสต์ธรรมแมคกิลวารี
9:00-10:15 น. ประชุมประสานงานและพบปะสมาชิกสุขใจ ที่วิทยาลัยพระคริสต์ธรรมแมคกิลวารี
**รับได้จำนวนจำกัด 20 ท่าน
10:15-10: 30 น. พักเบรค (Break)
10:30-12:00 น. การอบรม “Brain and Disciple Making” (การเข้าใจสมองและการสร้างสาวก) โดย ศจ. ดร. เอสเธอร์ เวคแมน
สามารถเข้าร่วมได้ 2 ช่องทาง
(1) ที่วิทยาลัยพระคริสต์ธรรมแมคกิลวารี **รับได้จำนวนจำกัด 20 ท่าน
(2) ทาง Zoom Conference **ไม่เกิน 100 ท่าน
12:00 น. รับประทานอาหารร่วมกัน **รับได้จำนวนจำกัด 20 ท่าน
ลงทะเบียนภายในวันที่ 4 มีนาคม 2564 (**ไม่มีค่าใช้จ่าย)
ลงทะเบียนได้ที่ลิงค์นี้ https://forms.gle/TbMNHNdoHEraSBEp6
หากท่านมีคำถามสามารถติดต่อได้ที่ 098-808-2927 หรือ admin@ccat-th.org
เราก็คงไม่ต่างกับหลายๆ คนที่โตมาในครอบครัวที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก จำได้ว่า เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก ถ้าเราโดนแกล้ง เสียใจ หรือไม่ชอบใจอะไรซักอย่าง แล้วเราร้องไห้ แม่จะบอกให้หยุด ไม่ต้องร้องไห้แล้ว หรือบางทีถ้าเรายังไม่หยุดเราเองก็โดนดุต่อว่าซ้ำเข้าไปอีก
ความเสียใจแรกยังไม่ได้รับการปลอบเลย หนำซ้ำยังโดนทำร้ายจิตใจเพิ่มเข้าไปอีก ทีนี้แหละเรายิ่งร้อง ตะเบ็งเสียงดังจนต้องใช้เวลาและพลังงานพักใหญ่เลยกว่าจะสงบลงได้ พอโตขึ้นมาซักหน่อยเมื่อเรามีเรื่องรบกวนใจหรือเสียใจ เราเองก็จัดการกับมันโดยการพยายามกลบมันอยู่ข้างใน หรือการหาอะไรอย่างอื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจออกไป ดีบ้าง พังบ้างสลับกันไป
เราไม่ได้จะมาตำหนิผู้ใหญ่หรอกที่เขาไม่ช่วยแถมยังซ้ำเติม เพราะพอเติบโตขึ้น ก็ เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น และเมื่อมองย้อนกลับไป ผู้ใหญ่เหล่านั้นเขาเองก็คงถูกปฏิบัติมาแบบนี้เหมือนกัน มันเลยกลายเป็นรูปแบบวิธีที่คุ้นเคย ทำให้เราเข้าใจความซับซ้อนของชีวิตมนุษย์เพิ่มขึ้น วันที่เราอยู่ในยุคสมัยที่เรื่องของสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย และเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึกก็เป็นปัจจัยพื้นฐานของสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตที่บริบูรณ์ เรามองว่า เรื่องของสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ป้องกันดีกว่ามาแก้ไขภายหลังเป็นไหนๆ
Self Check เลยอยากจะชักชวนกันมาเรียนรู้ สำรวจ และรู้จักตัวเองไปด้วยกัน โดยครั้งนี้เราจะมาเสนอเนื้อหาเรื่องอารมณ์ หรือ Emotions
“เป็นผู้ชายห้ามร้องไห้”
“ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นว่า เธอเป็นฝ่ายแพ้ ก็จงทำตัวเหมือนเธอไม่รู้สึกอะไร”
“เรื่องแค่นี้ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป มองไปข้างหน้าดีกว่าจมอยู่กับอดีต”
คำพูดข้างต้นและอีกมากมายที่เราหลายคนคงเคยได้ยิน เราเองอาจเป็นคนที่พูดประโยคเหล่านี้ออกไปออกไป หรืออาจจะเป็นคนอื่นที่พูดออกมาด้วยเจตนาดี อยากจะปลอบใจ หากแต่เมื่อพิจารณาลงไปลึกๆแล้วจะเห็นว่าคำพูดดังกล่าวกำลังบอกว่าการแสดงออกทางอารมณ์เป็นการแสดงความอ่อนแอ บางคนอาจเคยได้ยิน หรือถูกปลูกฝังให้มีค่านิยมว่า คนที่ไม่แสดงความรู้สึกเป็นคนเข้มแข็ง คนที่ร้องไห้เป็นคนอ่อนแอ คนที่โกรธ โมโห หงุดหงิด โวยวาย เป็นคนก้าวร้าวไม่มีวุฒิภาวะ คนที่กลัวเป็นคนไม่กล้าหาญ ค่านิยมเหล่านี้ทำให้เกิดความเข้าใจว่า “ฉันต้องเก็บอารมณ์และห้ามแสดงความรู้สึกออกมา”
สมาคมจิตวิทยาประเทศสหรัฐอเมริกาได้ให้คำจำกัดความของคำว่า อารมณ์ ดังนี้ “อารมณ์คือรูปแบบของปฏิกิริยาตอบสนองที่ซับซ้อน ที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์นั้นๆ ปฏิกิริยาทางร่างกาย และการตอบสนองในรูปแบบพฤติกรรม ทำหน้าที่เป็นกลไกการจัดการกับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
ซึ่งประสบการณ์ที่เป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ต่างๆ นั้น จะขึ้นอยู่กับแต่ละคน เช่น A และ B มีเหตุให้ต้องออกจากงานในช่วงการระบาดของโควิด-19 A อาจจะรู้สึกเครียดมาก ในขณะที่ B อาจจะรู้สึกโกรธ ซึ่งทั้งสองคนมีสิทธิ์ที่จะรู้สึกแบบนั้น และควรอนุญาตให้ตัวเองได้รับรู้ถึงอารมณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ เราไม่ควรเปรียบเทียบ หรือตัดสินว่า ทั้ง A และ B ควรจะรู้สึกยังไง
หลายคนคงเข้าใจอาการมือสั่น หัวใจเต้นรัวๆ เมื่อเรารู้สึกประหม่า ต้องพรีเซ็นต์งานต่อหน้าคนเยอะๆ อุตส่าห์เตรียมตัวมาอย่างดี ฝึกพูดหน้ากระจก จดจำเนื้อหาสำคัญๆ ฝึกการตอบคำถามที่คนฟังอาจจะถามได้ แต่พอถึงวันจริง เกิดอาการตื่นเต้นมาก ใจเต้นเร็วจนเหมือนมันจะกระโดดออกมาข้างนอกได้ มือสั่น เหงื่อออกท่วมตัว จนแล้วจนรอดสิ่งที่เตรียมมาก็ลืมเหมือนถูกกลืนหายไปในกลีบเมฆ ปฏิกิริยาทางด้านร่างกายเหล่านี้ คือการตอบสนองต่ออารมณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นในระบบประสาทอัตโนมัติซึ่งมีหน้าที่ในการเอาตัวรอดหรือการอยู่รอดของมนุษย์นั่นเอง
หน้าที่อย่างหนึ่งของอารมณ์มีไว้เพื่อช่วยให้เราอยู่รอด เราพึ่งพาอารมณ์เพื่อคอยเตือนให้รู้ว่า อันตรายกำลังเข้ามา เราจะมีวิธีตอบสนองอัตโนมัติ 3 อย่าง ได้แก่ สู้ หนี นิ่ง นอกจากช่วยให้อยู่รอดแล้ว อารมณ์ยังมีผลกับการตัดสินใจในการใช้ชีวิต เป็นแรงผลักดันให้เราทำบางอย่าง อารมณ์ช่วยให้คนอื่นเข้าใจความรู้สึกเรา และช่วยให้เราเข้าใจความรู้สึกคนอื่นเช่นกัน
มาถึงตรงนี้ ก็น่าจะรู้จักกับอารมณ์แบบคร่าวๆ กันแล้ว หวังว่า ทุกคนจะตระหนักถึงความสำคัญของอารมณ์ และหันมาใส่ใจ ทำความรู้จักอารมณ์ของตนเอง และของคนรอบตัวเรายิ่งขึ้น
Self Check อยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกผ่านตัวอย่างนี้กัน
“เห้ยยยย…ติดยังวะเนี่ยยยยย?”
A กรีดร้องถามตัวเองในใจ เพราะเพิ่งได้ข่าวว่า มีคนในบ้านของ A ไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีเชื้อโควิด เรื่องมีอยู่ว่า A อยู่บ้านกับสามีและน้องชายสามี ปกติน้องชายไม่ค่อยได้เจอ A และพี่ชายตัวเองเท่าไหร่ เย็นวันหนึ่งน้องชายส่งข้อความมาบอกพี่ชายว่า มีคนในบริษัทสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด เมื่อรู้ดังนี้ หลังจากบอก A แล้ว สามีก็ลงไปเคาะประตูถามไถ่น้องชาย แล้วกลับขึ้นมาเล่าให้ A ฟัง ไม่ทันที่ A จะได้ฟังสิ่งที่สามีเล่า A ต่อว่าสามีว่า ลงไปคุยกับน้องชายทำไม ในเมื่อรู้แล้วว่า น้องชายอยู่ใกล้กับคนที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด คืนนั้น A เครียดมากจนคิดจะกลับไปนอนบ้านแม่ตัวเอง แล้วปล่อยให้สามีอยู่กับน้องชายกันไปสองคน แต่เมื่อผลการตรวจโควิดจากคนในบริษัทคนนั้นออกมาเป็นลบ ก็แปลว่า A สามี และน้องชายสามีปลอดภัย
ลองมาเขย่ากันดูว่า A รู้สึกอะไร ร่างกายตอบสนองต่อความรู้สึกเหล่านั้นยังไง และพฤติกรรมที่มีต่อความรู้สึกเหล่านั้นคืออะไรบ้าง *บางคนอาจเหมือนหรือต่างกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์แต่ละบุคคลนะคะ*
เห็นตัวอย่างของ A ไปแล้ว ทีนี้อยากชักชวนผู้อ่านให้ลองกลับมาสำรวจอารมณ์ของตัวคุณเองด้วยกันค่ะ เราจะมาสำรวจตัวเองใน 3 ด้านด้วยกันนะคะ
เริ่มจาก
อ่านกันยาวมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนคงได้รู้จัก และเข้าใจอารมณ์ของตัวเองแล้วว่ามันมีพลังขนาดไหน และอารมณ์สำคัญยังไงต่อพฤติกรรม คิดว่าแต่ละคนคงไม่อยากให้อารมณ์ลบๆ มันเอ่อล้นจนทะลักออกมาเป็นภัยต่อตัวเองและคนที่เรารักกันอย่างแน่นอน
Self check จึงอยากชวนกันมาเรียนรู้ และฝึกฝนการรับมืออารมณ์เบื้องต้น
โดยลองใช้ตัวอย่างของ A ที่วิตกกังวล และกลัวติดเชื้อโควิด
วิธีรับมือกับอารมณ์เบื้องต้น
ถ้าคุณเป็น A คุณจะทำยังไง จะรับมือกับความรู้สึกกลัว วิตกกังวล ยังไงได้บ้าง
วิธีที่หนึ่ง ลองหยุดนิ่งสักครู่ ฝึกการหายใจ หรือจดจ่อกับการทรงสถิตอยู่ของพระเจ้า
วิธีที่สอง ลองสังเกตอารมณ์และความคิดผ่านการเขียน เพื่อระบายและช่วยแยกความคิดกับความรู้สึกรบกวนใจออกมา เหมือนยกเอาเรื่องในหัวออกมาไว้ข้างนอก แล้วทบทวนสังเกตเรื่องเหล่านี้ในฐานะบุคคลที่สาม จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น และเข้าใจตัวเองมากขึ้น หรืออาจจะเขียนเป็นคำอธิษฐานที่เหมือนเรากำลังเล่าเรื่องให้พระเจ้าฟังก็ได้
วิธีที่สาม ลองแบ่งปันประสบการณ์กับคนที่เข้าใจหรือผู้รับฟังที่ดี เพราะ…
มาถึงตอนท้ายของ Self Check ตอน “วันนี้ อารมณ์ไหน?” กันแล้ว หวังว่า ทุกคนจะหันมาใส่ใจ และทำความเข้าใจอารมณ์ของตนเองเพื่อเกิดการตระหนัก รู้จักตนเองมากขึ้นนะคะ
อ้างอิง
https://dictionary.apa.org/emotion
Cherry, K. (2019, July 17). Emotions and Types of Emotional Responses. In verywellmind.com. Retrieved from https://www.verywellmind.com/what-are-emotions-279517